Facebook
Twitter
LinkedIn
เฟเดริโก้ เคียซ่า

ประวัตินักฟุตบอล เฟเดริโก้ เคียซ่า คือปีกตัวรุกชาวอิตาลีผู้มีจุดเด่นด้านความเร็ว การเลี้ยงบอลที่น่าทึ่ง และความสามารถในการทำประตูจากริมเส้น เขาเคยเป็นกำลังสำคัญของยูเวนตุสและทีมชาติอิตาลี อย่างไรก็ตาม หลังจากการย้ายมาลิเวอร์พูล เขากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและอนาคตที่ไม่แน่นอน ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการย้ายกลับไปค้าแข้งในอิตาลี

ประวัติย่อ

  • ชื่อเต็ม: เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa)
  • วันเกิด: 25 ตุลาคม ค.ศ. 1997 (อายุ 27 ปี)
  • สถานที่เกิด: เจโนวา, อิตาลี
  • สัญชาติ: อิตาลี
  • ส่วนสูง: 1.75 เมตร (5 ฟุต 9 นิ้ว)
  • ตำแหน่ง: ปีกขวา, ปีกซ้าย, กองหน้า
  • สโมสรปัจจุบัน: ลิเวอร์พูล (ณ วันที่ 25 ก.ค. 2568)
  • สโมสรล่าสุด (ก่อนลิเวอร์พูล): ยูเวนตุส
  • เกียรติประวัติสำคัญ (กับสโมสร):
    • กับ ยูเวนตุส:
      • แชมป์ โคปปา อิตาเลีย (2020–21, 2023–24)
      • แชมป์ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา (2020)

เกียรติประวัติสำคัญ (กับทีมชาติ)

  • แชมป์ ยูฟ่า ยูโรเปียน แชมเปียนชิพ (2020)

เกียรติประวัติสำคัญ

  • ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งยูโร (2020)
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า (UEFA Men’s Player of the Year Award) (อันดับ 7 ปี 2021)
ประวัติ เฟเดริโก้ เคียซ่า
ประวัติ เฟเดริโก้ เคียซ่า

สไตล์การเล่น

เฟเดริโก้ เคียซ่า เป็นปีกตัวรุกที่มีสไตล์การเล่นที่ดุดันและสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับคู่แข่ง:

  • ความเร็วและการเลี้ยงบอล: จุดเด่นของเขาคือความเร็วที่จัดจ้านและทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม สามารถพาบอลทะลุทะลวงจากริมเส้นและสร้างความปั่นป่วนให้กับกองหลังคู่แข่ง
  • การตัดเข้าในและจบสกอร์: เคียซ่ามักจะตัดจากริมเส้น (โดยเฉพาะฝั่งซ้าย) เข้ามาในกรอบเขตโทษเพื่อหาโอกาสยิงประตูด้วยเท้าขวา (เท้าที่ถนัด)
  • การสร้างสรรค์โอกาส: เขามีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลและสามารถทำแอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ดี
  • พลังงานและการทำงานหนัก: เป็นผู้เล่นที่มีพลังงานสูง และมีความขยันในการลงมาช่วยเพรสซิ่งและมีส่วนร่วมในเกมรับของทีม
  • ความสามารถรอบด้าน: สามารถเล่นได้ทั้งปีกขวา, ปีกซ้าย, หรือแม้กระทั่งบทบาทกองหน้าตัวที่สอง
สไตล์การเล่น เฟเดริโก้ เคียซ่า
สไตล์การเล่น เฟเดริโก้ เคียซ่า

เส้นทางค้าแข้ง

เฟเดริโก้ เคียซ่า เป็นบุตรชายของ เอ็นริโก้ เคียซ่า อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเยาวชนกับสโมสรต่างๆ ก่อนจะย้ายมาร่วมอะคาเดมีของ ฟิออเรนติน่า ในปี 2007

เขาได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของฟิออเรนติน่าในฤดูกาล 2016–17 และแจ้งเกิดอย่างรวดเร็วด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น กลายเป็นกำลังหลักในแนวรุกของ “ม่วงมหากาฬ”

ในเดือนตุลาคม 2020 ยูเวนตุส ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี พ่วงออปชั่นบังคับซื้อขาด ซึ่งถูกเปิดใช้งานในปี 2022 ที่ยูเวนตุส เขาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย และซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา

อย่างไรก็ตาม เขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) อย่างรุนแรงในเดือนมกราคม 2022 ซึ่งทำให้เขาต้องพักยาวและส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นเมื่อกลับมาลงสนาม

ในเดือนสิงหาคม 2024 ลิเวอร์พูล ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า มาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 12.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 15 ล้านยูโร) จากยูเวนตุส ด้วยสัญญา 4 ปี จนถึงเดือนมิถุนายน 2028

ในฤดูกาล 2024-25 ที่เพิ่งจบไป เคียซ่าเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากกับลิเวอร์พูล โดยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียง 6 นัด (ส่วนใหญ่เป็นตัวสำรอง) และยังไม่สามารถทำประตูในลีกได้ เขายิงได้ 1 ประตูในเอฟเอ คัพ และ 1 ประตูในอีเอฟแอล คัพ รวมทุกรายการ 14 นัด ทำ 2 ประตู ซึ่งถือว่าต่ำกว่าความคาดหวังอย่างมาก

ลง

เส้นทางค้าแข้ง เฟเดริโก้ เคียซ่า
แชมป์ พรีเมียร์ลีก (2024–25)

เส้นทางในนามทีมชาติ

เฟเดริโก้ เคียซ่า ประเดิมสนามให้ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2018 เขาเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของ “อัซซูรี่” และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโร 2020 (ที่แข่งขันในปี 2021) ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ด้วย เขายังคงเป็นกำลังหลักในแนวรุกของทีมชาติอิตาลีชุดปัจจุบัน

เส้นทางในนามทีมชาติ เฟเดริโก้ เคียซ่า

สถานการณ์ปัจจุบัน

เฟเดริโก้ เคียซ่า ยังคงเป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูล และมีสัญญากับสโมสรจนถึงเดือนมิถุนายน 2028 อย่างไรก็ตาม หลังจากการทำผลงานที่ไม่น่าประทับใจในฤดูกาล 2024-25 และการถูกตัดชื่อออกจากทีมลิเวอร์พูลชุดทัวร์เอเชียช่วงปรีซีซัน 2025 ทำให้ อนาคตของเขากับลิเวอร์พูลกำลังเป็นที่น่ากังวล

มีรายงานข่าวหนาหูจากอิตาลีว่า โรม่าและนาโปลีกำลังเจรจาอย่างจริงจังเพื่อดึงตัวเขากลับไปเซเรีย อา โดยโรม่าสนใจที่จะยืมตัวเขาไปร่วมทีม ในขณะที่นาโปลีก็แสดงความสนใจเช่นกัน หากลิเวอร์พูลพร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอ การย้ายทีมอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนปี 2025 นี้