Facebook
Twitter
LinkedIn
เจดอน ซานโช

ประวัตินักฟุตบอล เจดอน ซานโช คือหนึ่งในปีกที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ ด้วยทักษะการเลี้ยงบอลที่แพรวพราว การสร้างสรรค์โอกาส และความสามารถในการทำประตู ทำให้เขากลับมาสร้างชื่อเสียงอีกครั้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และล่าสุดได้ย้ายมาร่วมทีม ยูเวนตุส ในเซเรีย อา อิตาลี

ประวัติย่อ

  • ชื่อเต็ม: เจดอน มาลิค ซานโช (Jadon Malik Sancho)
  • วันเกิด: 25 มีนาคม ค.ศ. 2000 (อายุ 25 ปี)
  • สถานที่เกิด: แคมเบอร์เวลล์, อังกฤษ
  • สัญชาติ: อังกฤษ
  • ส่วนสูง: 1.80 เมตร (5 ฟุต 11 นิ้ว)
  • ตำแหน่ง: ปีกซ้าย, ปีกขวา, กองกลางตัวรุก
  • สโมสรปัจจุบัน: ยูเวนตุส (ณ วันที่ 8 ส.ค. 2568)
  • สโมสรล่าสุด (ก่อนยูเวนตุส): แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เกียรติประวัติสำคัญ (กับสโมสร)

  • กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์:
    • แชมป์ เดเอฟเบ-โพคาล (2020–21)
  • กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:
    • แชมป์ อีเอฟแอล คัพ (2022–23)
    • แชมป์ เอฟเอ คัพ (2023–24)
  • กับ ยูเวนตุส:
    • (ยังไม่มีถ้วยรางวัลสำคัญระดับอาชีพ)

เกียรติประวัติสำคัญ (กับทีมชาติเยาวชน)

  • แชมป์ ฟีฟ่า U-17 เวิลด์คัพ (2017) (กับทีมชาติอังกฤษ U-17)

เกียรติประวัติสำคัญ

  • รางวัล Golden Boy (2017)
  • ทีมยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของบุนเดสลีกา (2018–19, 2019–20)
ประวัติ เจดอน ซานโช
ประวัติ เจดอน ซานโช

สไตล์การเล่น

เจดอน ซานโช เป็นปีกตัวรุกที่มีความสามารถหลากหลาย และเป็นภัยคุกคามต่อแนวรับคู่แข่งด้วยทักษะเฉพาะตัว:

  • ทักษะการเลี้ยงบอล: จุดเด่นที่สุดของเขาคือความสามารถในการเลี้ยงบอลที่เหลือเชื่อ สามารถใช้ความคล่องตัวและเทคนิคในการเอาชนะคู่ต่อสู้ในการดวลตัวต่อตัว
  • การสร้างสรรค์โอกาส: ซานโชมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมในการมองหาช่องว่างและจ่ายบอลทะลุช่องที่แม่นยำ เป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างแอสซิสต์ได้อย่างสม่ำเสมอ
  • การทำประตู: นอกจากจะเป็นผู้สร้างสรรค์เกมแล้ว เขายังมีความสามารถในการจบสกอร์ที่ดี สามารถยิงประตูได้ทั้งจากสถานการณ์โอเพ่นเพลย์และการตัดเข้าใน
  • ความยืดหยุ่นในตำแหน่ง: สามารถเล่นได้ทั้งปีกซ้ายและปีกขวา ทำให้เขามีคุณค่าทางแท็กติก และยังสามารถสลับตำแหน่งหรือเล่นในบทบาทกองกลางตัวรุกได้
  • ความเยือกเย็น: มักจะแสดงความเยือกเย็นในการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย ทั้งการจ่ายบอลหรือการยิงประตู
สไตล์การเล่น เจดอน ซานโช
สไตล์การเล่น เจดอน ซานโช

เส้นทางค้าแข้ง

เจดอน ซานโช เติบโตมาจากอะคาเดมีของ วัตฟอร์ด ก่อนจะย้ายไปร่วมอะคาเดมีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2015

ในปี 2017 ซานโชได้ตัดสินใจย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อหาโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ และเลือกไปร่วมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่นี่เขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวและกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดในยุโรป

ในเดือนกรกฎาคม 2021 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ทุ่มเงินมหาศาลประมาณ 73 ล้านปอนด์ คว้าตัว เจดอน ซานโช มาร่วมทีม ท่ามกลางความคาดหวังอย่างสูง อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาของเขากับ “ปีศาจแดง” เป็นไปอย่างทุลักทุเล เขาไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งได้เหมือนสมัยอยู่ดอร์ทมุนด์ และเผชิญกับปัญหาด้านสภาพจิตใจและฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ

ในเดือนมกราคม 2025 ซานโชถูกปล่อยยืมตัวกลับไปยัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนจบฤดูกาล 2024-25 การกลับมายังถิ่นเก่าทำให้เขากลับมามีความสุขและโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพาดอร์ทมุนด์เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2025 (แม้จะแพ้ในนัดชิง) ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขายังคงมีคุณภาพระดับสูง

เส้นทางค้าแข้ง เจดอน ซานโช
เส้นทางค้าแข้ง เจดอน ซานโช

เส้นทางในนามทีมชาติ

เจดอน ซานโช เป็นส่วนสำคัญของทีมชาติอังกฤษในระดับเยาวชน เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นในทีมชาติอังกฤษ U-17 ชุดที่คว้าแชมป์ฟีฟ่า U-17 เวิลด์คัพ ในปี 2017

เขาประเดิมสนามให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2018 และได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอในช่วงปี 2019-2021 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ฟอร์มการเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เขาหลุดจากทีมชาติไปในช่วงหลัง และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษชุดล่าสุด

เส้นทางในนามทีมชาติ เจดอน ซานโช
เส้นทางในนามทีมชาติ เจดอน ซานโช

สถานการณ์ปัจจุบัน

หลังจากการถูกปล่อยยืมตัวกลับไปยังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2024-25 ทำให้สถานการณ์ของ เจดอน ซานโช ในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนปี 2025 นี้เป็นที่จับตามองอย่างมาก

ล่าสุดในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่ในเซเรีย อา อิตาลี ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญาคว้าตัว เจดอน ซานโช จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 34 ล้านปอนด์) และเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปี การย้ายทีมครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้และถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในอาชีพของเขาในลีกอิตาลี