ประวัตินักฟุตบอล คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือ นักบอล หนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ด้วยความเป็นนักกีฬาที่ทุ่มเทอย่างหนัก ความสามารถในการทำประตูที่ไร้เทียมทาน และการเป็นผู้นำ ทำให้เขาสามารถสร้างสถิติและคว้าแชมป์มากมายทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เขายังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ทั่วโลก
ประวัติย่อ
- ชื่อเต็ม: คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo)
- วันเกิด: 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985
- สถานที่เกิด: ฟุงชาล, มาเดรา, โปรตุเกส
- สัญชาติ: โปรตุเกส
- ส่วนสูง: 1.87 เมตร (6 ฟุต 2 นิ้ว)
- ตำแหน่ง: กองหน้า, ปีก
- สโมสรปัจจุบัน: อัล-นัสเซอร์ (ณ วันที่ 27 มิ.ย. 2568)
เกียรติประวัติสำคัญ (กับสโมสร):
- กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:
- แชมป์ พรีเมียร์ลีก (3 สมัย)
- แชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (2007–08)
- กับ เรอัล มาดริด:
- แชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (4 สมัย)
- แชมป์ ลาลีกา (2 สมัย)
- กับ ยูเวนตุส:
- แชมป์ เซเรีย อา (2 สมัย)
- กับ อัล-นัสเซอร์:
- แชมป์ อาหรับ คลับ แชมเปียนส์ คัพ (2023)
เกียรติประวัติสำคัญ (กับทีมชาติ)
- แชมป์ ยูฟ่า ยูโรเปียน แชมเปียนชิพ (2016)
- แชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก (2019)
เกียรติประวัติสำคัญ
- รางวัลบัลลงดอร์ (Ballon d’Or): 5 สมัย (2008, 2013, 2014, 2016, 2017)
- รางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมของฟีฟ่า: 2 สมัย
- รองเท้าทองคำยุโรป: 4 สมัย
- ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล: ฟุตบอลชายทีมชาติ, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, และการแข่งขันของยูฟ่า (สโมสร)
สไตล์การเล่น
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีวิวัฒนาการในสไตล์การเล่นจากปีกจอมทักษะมาเป็นกองหน้าตัวเป้าที่เฉียบคม:
- การทำประตู: นี่คือจุดแข็งที่สุดของเขา โรนัลโด้มีความสามารถในการทำประตูจากทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกโหม่งที่ทรงพลัง การยิงไกลที่หนักหน่วง หรือการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
- พละกำลังและร่างกาย: ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด ทำให้เขามีพละกำลังและร่างกายที่ยอดเยี่ยม สามารถเล่นได้ในระดับสูงแม้จะอายุเกือบ 40 ปี
- ความเร็วและจังหวะ: เขามีความเร็วในการวิ่งและการเร่งสปีดที่ยังคงน่าประทับใจ สามารถวิ่งตัดแนวรับเพื่อทำประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความเป็นผู้นำ: ในฐานะกัปตันทีมและผู้นำทั้งในและนอกสนาม เขามีความเป็นผู้นำสูงและสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับเพื่อนร่วมทีมได้
- การเล่นลูกกลางอากาศ: ด้วยจังหวะกระโดดและพลังในการโหม่ง ทำให้เขาเป็นกองหน้าที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งในโลกในการเล่นลูกกลางอากาศ
เส้นทางค้าแข้ง
โรนัลโด้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในลีกโปรตุเกส โดยก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2002 และได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างรวดเร็ว
ในปี 2003 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทีม และที่นี่เองที่เขาพัฒนาฝีเท้าจากดาวรุ่งพรสวรรค์มาเป็นนักเตะระดับโลก และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รวมถึงรางวัลบัลลงดอร์ครั้งแรก
ในเดือนสิงหาคม 2009 เรอัล มาดริด ได้ทุ่มเงินเป็นสถิติโลกในขณะนั้น คว้าตัวเขามาร่วมทีม และนี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานการทำประตู เขาทำลายสถิติการยิงประตูมากมาย และพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้ถึง 4 สมัยใน 5 ปี
หลังจากนั้น โรนัลโด้ได้ย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส ในเซเรีย อา อิตาลี (2018–2021) และกลับมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง (2021–2022) ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม อัล-นัสเซอร์ ในซาอุดีโปรลีก ในเดือนมกราคม 2023
ในฤดูกาล 2024-25 ที่เพิ่งจบไป โรนัลโด้ลงเล่นในลีกซาอุดีอาระเบียไป 32 นัด ยิงได้ 39 ประตู และทำ 8 แอสซิสต์ ซึ่งถือเป็นสถิติการทำประตูที่น่าเหลือเชื่อในวัย 40 ปี และคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีก
เส้นทางในนามทีมชาติ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือกัปตันและตำนานของทีมชาติโปรตุเกส เขาประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2003 และกลายเป็นผู้เล่นที่ลงสนามและทำประตูสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลชายทีมชาติ เขาพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรเปียน แชมเปียนชิพ ในปี 2016 และยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ในปี 2019 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโปรตุเกส
สถานการณ์ปัจจุบัน
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ อัล-นัสเซอร์ และเป็นสัญลักษณ์ของซาอุดีโปรลีก เขามีสัญญากับสโมสรไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 และถึงแม้จะอายุเข้าสู่หลัก 40 ปีแล้ว แต่ความทุ่มเทในการฝึกซ้อมและฟอร์มการเล่นของเขาก็ยังคงยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเขาจะยังคงเป็นหัวหอกตัวหลักของอัล-นัสเซอร์และยังคงเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองในเวทีฟุตบอลลีกอาหรับต่อไป
ต่อมามีรายงานข่าวว่า ทางสโมสร อัล-นัสเซอร์ ได้ต่อสัญญากับสโมสรไปจนถึงปี 2027 ด้วยค่าแรงสุดเวอร์ รับค่าแรงวันละ 21.4 ล้านบาท พร้อมโบนัส-สิทธิพิเศษเพียบ รวมมูลค่าทะลุ 2.1 หมื่นล้านบาท หลังขยายสัญญาเล่นถึงวัย 42 ปี สำหรับสัญญาดังกล่าวจะทำให้ “ซีอาร์เซเว่น” รับเงินเข้ากระเป๋าสูงถึง 492 ล้านปอนด์ (ราว 2,1648 ล้านบาท) ทันที่ที่เขาลงบู๊ให้ อัล นาสเซอร์ ครบอีกสองปีในวัย 42 กะรัต
หากจะแยกแยะรายละเอียด โรนัลโด้ จะได้ค่าแรงตกวันละ 488,000 ปอนด์ (ราว 21.4 ล้านบาท) จากการตีแผ่ของ เดอะ ซัน ซึ่งตกเป็นเงินปีละ 178 ล้านปอนด์ (ราว 7,832 ล้านบาท) และยังไม่นับรวมโบนัสอีก 24.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,078 ล้านบาท) โดยในปีที่สองมันจะขยับขึ้นเป็น 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,672 ล้านบาท)





