ประวัตินักฟุตบอล เควิน เดอ บรอยน์ คือหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ด้วยวิสัยทัศน์ที่เหนือชั้น ความสามารถในการจ่ายบอลที่แม่นยำดุจจับวาง และการยิงประตูที่ทรงพลัง ทำให้เขากลายเป็นหัวใจในแดนกลางที่พาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นกัปตันทีมชาติเบลเยียม
ประวัติย่อ
- ชื่อเต็ม: เควิน เดอ บรอยน์ (Kevin De Bruyne)
- วันเกิด: 28 มิถุนายน ค.ศ. 1991
- สถานที่เกิด: ก้นท์, เบลเยียม
- สัญชาติ: เบลเยียม
- ส่วนสูง: 1.81 เมตร (5 ฟุต 11 นิ้ว)
- ตำแหน่ง: กองกลางตัวรุก, กองกลางตัวกลาง
- สโมสรปัจจุบัน: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ณ วันที่ 27 มิ.ย. 2568)
เกียรติประวัติสำคัญ (กับสโมสร)
- กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
- แชมป์ พรีเมียร์ลีก (2017–18, 2018–19, 2020–21, 2021–22, 2022–23, 2023–24, 2024–25)
- แชมป์ เอฟเอ คัพ (2018–19, 2022–23, 2023–24)
- แชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (2022–23)
- แชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ (2023)
- กับ เชลซี:
- แชมป์ เอฟเอ คัพ (2011–12)
- กับ แวร์เดอร์ เบรเมน:
- ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกา (2014–15)
เกียรติประวัติสำคัญ (กับทีมชาติ):
- อันดับสาม ฟีฟ่า เวิลด์คัพ (2018)
เกียรติประวัติสำคัญ
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA (2019–20, 2020–21)
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอล (FWA) (2019–20, 2020–21)
- ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า / ฟิฟโปร เวิลด์ 11 (2020, 2021, 2022, 2023)
- ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก (ได้รับหลายครั้ง)
- นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพรีเมียร์ลีก (หลายครั้ง)
สไตล์การเล่น
เควิน เดอ บรอยน์ คือต้นแบบของกองกลางตัวรุกที่ครบเครื่องที่สุดในโลก:
- การจ่ายบอลและวิสัยทัศน์: จุดเด่นที่สุดของเขาคือการจ่ายบอลที่แม่นยำดุจจับวาง สามารถส่งบอลไปถึงเท้าเพื่อนร่วมทีมได้อย่างไร้ที่ติ ไม่ว่าจะบอลสั้นหรือบอลยาว
- การสร้างสรรค์โอกาส: เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้จากทุกพื้นที่ของสนาม ด้วยการจ่ายบอลทะลุช่อง, การครอสบอลที่อันตราย และลูกตั้งเตะที่แม่นยำ
- ลูกยิงไกล: เขามีลูกยิงไกลที่ทรงพลังและแม่นยำด้วยเท้าขวา เป็นอาวุธสำคัญในการทำประตู
- การเคลื่อนที่: มีความเข้าใจในเกมสูง และสามารถเคลื่อนที่ไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อรับบอลและสร้างความได้เปรียบให้กับทีม
- การทำงานหนัก: เขามีอัตราการทำงานที่สูง สามารถลงมาช่วยเกมรับและเพรสซิ่งคู่ต่อสู้ในแดนหน้าได้
เส้นทางค้าแข้ง
เดอ บรอยน์เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับ เกงค์ ในลีกเบลเยียม และคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาล 2010–11
ในปี 2012 เชลซี ได้คว้าตัวเขามาร่วมทีม แต่เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนักและถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ในบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่นี่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
ในเดือนมกราคม 2014 เขาได้ย้ายไปร่วมทีม โวล์ฟสบวร์ก ในบุนเดสลีกา และกลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในลีก โดยทำสถิติแอสซิสต์สูงสุดในฤดูกาล 2014–15 ทำให้ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกา
ในเดือนสิงหาคม 2015 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทุ่มเงิน 55 ล้านปอนด์ คว้าตัว เควิน เดอ บรอยน์ มาร่วมทีม และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุคทอง เขาเป็นหัวใจสำคัญในทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 7 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย รวมถึงเป็นผู้สร้างสถิติแอสซิสต์สูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก (เกิน 130 แอสซิสต์)
ในฤดูกาล 2024-25 ที่เพิ่งจบไป เดอ บรอยน์ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 32 นัด ยิงได้ 10 ประตู และทำ 15 แอสซิสต์ ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง แม้จะได้รับบาดเจ็บรบกวนในช่วงต้นฤดูกาล แต่เมื่อกลับมาเขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง
เส้นทางในนามทีมชาติ
เควิน เดอ บรอยน์ เป็นกำลังสำคัญและกัปตันทีมชาติเบลเยียมมาอย่างยาวนาน เขาเป็นส่วนหนึ่งของ “โกลเด้น เจเนเรชั่น” ของเบลเยียม และประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2010 เขาพาทีมคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2018 และเป็นผู้เล่นคนสำคัญในฟุตบอลรายการใหญ่ๆ อย่างยูโร 2020 (แข่งปี 2021) และยูโร 2024 ที่เพิ่งจบไป
สถานการณ์ปัจจุบัน
เควิน เดอ บรอยน์ ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และมีสัญญากับสโมสรจนถึงเดือนมิถุนายน 2027 อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุที่เข้าใกล้ 34 ปี ทำให้มีข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตของเขาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ
มีรายงานข่าวเชื่อมโยงเขากับสโมสรจากซาอุดีโปรลีก ที่พร้อมจะเสนอค่าเหนื่อยมหาศาล อย่างไรก็ตาม ความต้องการของเจ้าตัวคือการค้าแข้งในยุโรปและเล่นในระดับสูงสุดต่อไปจนถึงสัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลง
แต่มีรายงานว่า สโมสรนาโปลี ประกาศไปแล้วว่าพวกเขาจะได้ เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์คนดังมาร่วมทัพแบบไร้ค่าตัว โดยตอนนี้เหลือเพียงรอให้สัญญาของ เดอ บรอยน์ กับทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หมดลง





